อยู่วัดมา 10
กว่าปีใครถามว่าเคยเจอผีบ้างไหม
ผมถามกลับว่าผีหน้าตาเป็นอย่างไร ก็ไม่สามารถตอบผมได้บ้างก็ว่าหน้าเละ หน้าขาว
ไม่มีหน้า แขนขาด หรือลอยได้ สรุปว่าว่ายังหานิยามของ ผี
ไม่ได้เลยแล้วผมจะบอกได้อย่างไรว่าผมเคยเจอผีหรือเปล่า แต่ถ้าผีคือ
ร่างของคนที่ครั้งหนึ่งเคยมีชีวิตแต่บัดนี้
ร่างกายไม่สามารถใช้งานได้อีกต่อไปคือนอนนิ่งไม่ไหวติง ถ้าผีเป็นแบบนี้ ผมจะบอกว่า
ผมเจอทุกคืนทุกวัน
จากเด็กที่กลัวผีที่สุด
เดินเข้าห้องน้ำบ้านต่างจังหวัดก็ต้องปลุกแม่ เป็นเพื่อน แต่พอมาอยู่ที่วัด ผมว่าผมได้คลุกคลีกับผีมากมาย
จนเคยชินกับผี เลยรู้สึกเฉยๆกับผี วินาทีแรกที่ผมเริ่มคุ้นเคยกับผี
คือวันที่ผมได้เป็นคนงานศาลาวัดคอยอำนวยความสะดวกเจ้าภาพงานศพ ครั้งแรก จำแม่นมากด้วยที่อยากได้เงินจึงข่มความกลัว
รับงาน เย็นวันนั้น ประสบการณ์แรกของผม คือ การรดน้ำศพ หน้าที่ของเราง่ายๆคือ
ยกเอาศพจากโลงมาวางนอนบนเตียง จัดแจงเตรียมท่าทางรดน้ำ แล้วก็เอาศพเก็บกลับเข้าโลงตามเดิม
จะมีสักกี่คนที่จะได้รับความรู้สึกแบบนี้ วินาทีแรกที่ผมเอามือจับไปที่แขนศพ
ความร้อนในร่างกายได้พุ่งผ่านมือ เนื้อแข็ง เย็นเจี๊ยบ แผ่ซ่านผ่านเข้ามาในร่างกายเราแทน
การเปลี่ยนถ่ายพลังงานความร้อนสิ้นสุดลงเมื่อศพได้นอนบนเตียงเรียบร้อยแล้ว พร้อมกับอาการกลั้นหายใจแห่งความกลัวสิ้นสุดลง
เทคนิคง่ายๆที่สัปเหร่อรุ่นพ่อสอนไว้ จงมองหน้าศพไว้อย่าหลบหน้า และจงจำให้ติดตาว่าหน้าตาเป็นแบบนี้
ยามเมื่อเราเก็บกวาดศาลาดึกๆคนเดียวเผื่อเค้าเดินมาทัก จะได้จำได้ว่าเป็นใคร หึหึ ก็ว่ากันไป
เมื่อครั้งแรกผ่านไปหลังจากบัดนั้นการจับต้องศพจึงเป็นเรื่องง่ายมาก
แต่จะเบื่อพวกญาติที่จะให้พลิกศพในโลง เพื่อจัดผมเผ้าต่างๆ ของศพ มันไม่ใช่เรื่องทำง่ายเพราะต้องโอบทั้งตัวเรียกว่าแทบกอดกับศพกันเลยทีเดียว
เพื่อพลิกตะแคงในโลง กว่าจะจัดเสร็จ เรียกว่าแทบได้เสียกันเลยทีเดียว
ผมจึงไม่กลัวผีและคิดว่าผีไม่มีในโลกนี้
แม้กระทั่งในวัดเป็นสถานที่ที่รวมเอาผีทุกแห่งหนมารวมกัน ผมยังไม่เคยเจอเลย
แล้วนับประสาอะไรกะที่อื่นๆ ที่จะมีผี ผมว่า ทุกคนจินตนาการไปกันเอง ว่าผีเป็นอย่างนั้นอย่างนี้
แล้วก็หลอนตัวเองว่า เจอผี และเหตุการณ์ที่ผมเชื่อสนิทใจ 100% ว่าผีไม่มี คือคืนก่อนสอบเอนทรานซ์วันสุดท้าย
คืนนั้นเหลือสอบฟิสิกส์วิชาสุดท้ายแล้ว วันที่ผ่านๆมาทำได้บ้างไม่ได้บ้าง ไม่มั่นใจเลย
คืนนี้คืนสุดท้ายวิชาฟิสิกส์ เป็นความหวังสุดท้าย
พรุ่งนี้เราต้องทำให้ได้มากที่สุด เอาสูตรต่างๆ มานั่งสรุป
นั่งเก็งข้อสอบมันจะออกตรงไหนบ้าง แต่ความรู้สามปี ตั้งแต่ ม 4ยัน ม 6
สูตรนับร้อยสูตรมันกระจุกอยู่ในหัว
ไม่รู้ข้อสอบมันจะออกตรงไหน แล้วผมก็ได้พิสูจน์ความเชื่อของผมตามหลักวิทยาศาสตร์ในคืนนั้นเอง
ตีสอง
อากาศเย็นๆ ผมเดินถือหนังสือฟิสิกส์ออกจากห้อง พร้อมธูป 1 ดอก
เดินไปหลังเมรุ ใกล้ๆกันนั้นมีเจดีย์เล็กๆซึ่งรอบๆเต็มไปด้วยอัฐิที่ญาติผู้ตามเอาไว้ที่วัด
ผมเดินไปรอบเจดีย์ เผื่อหารูปใครสักคนหนึ่ง แล้วผมก็ผมกับรูปรูปหนึ่ง เจ้าของอัฐิ
ยังหนุ่มมาก ใส่แว่นหนาเตอะ และที่สำคัญเค้าใส่ชุดครุยจุฬา ผมวางหนังสือลง ยกธูปขึ้นไหว้
อ่านชื่อของเขาคนนั้นเบาๆ
“ พี่ มาช่วยผมหน่อย ผมอ่านหนังสือไม่ทันแล้ว ช่วยออกมาบอกข้อสอบผมหน่อยครับ”
ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ผีบัณทิตไม่ออกมาบอกข้อสอบผม
ใช่ครับ ผีไม่มีในโลกจริงๆ