วันศุกร์ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2555

เอาไปเผา



                จะว่าไปกฎระเบียบในวัดที่ใช้ปกครองเด็กวัดก็เข้มงวดกันพอสมควร เพราะไม่เช่นนั้นแล้ว ต่างคน ต่างถิ่น ต่างวัย คงจะอยู่ร่วมกันภายในวัดแห่งนี้ยากลำบาก กฎระเบียบต่างๆที่ตั้งขึ้นมานั้น ให้ทุกคนไม่หลงลืมตัว ว่ากำลังมาศึกษาเล่าเรียนหนังสือ เพื่ออนาคตที่ดี จะต้องคอยย้ำเตือนเสมอว่า จะหลงเมืองหลง กรุงไม่ได้เด็ดขาด ดังนั้น การมีกฎและมีผู้ควบคุมกฎ จึงเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่ง หมวดของกฎที่สำคัญ ก็คงเป็นเรื่องเน้นการเล่าเรียน มีเวลาที่ต้องอ่านหนังสือ มีเวลาที่ต้องทำการบ้าน เวลาเหล่านี้จะมามั่วสุมกันไม่ได้ห้องใครห้องมัน  หมวดเรื่องทั่วไปก็จะเป็นเรื่องจิตสำนึกให้ช่วยกันประหยัด ค่าใช้จ่ายของวัด ค่าน้ำ ค่าไฟ สำคัญอย่างยิ่ง การเปิดน้ำทิ้งไว้ให้ล้น การเปิดไฟในห้องทิ้งไว้เป็นโทษที่ร้ายแรง  ถึงขึ้นสมภารเรียกพบ และเรียกไปด่า ดังนั้นนิสัยเรื่องการประหยัดจึงเป็นนิสัยที่ติดตัวเด็กวัดไปทุกคน

                บางเรื่องเป็นเรื่องห้ามที่รู้สึกแปลก ขัดความรู้สึก กับเด็กสมัยนี้เลยที่เดียว นั่นคือการห้ามดูทีวี เป็นเพราะในวัดมีทีวี 2 เครื่อง เครื่องหนึ่งอยู่ที่ห้องเจ้าอาวาส อีกเครื่องจะเป็นเครื่องส่วนกลางอยู่หน้ากุฏิเจ้าอาวาส และการดูทีวีเป็นการทำให้เสียเวลาอ่านหนังสือ และเปลืองไฟ เด็กวัดจะมีเวลาดูทีวีเฉพาะ วันหยุดเท่านั้นและส่วนใหญ่มักจะเป็นรายการมวย ซึ่งเป็นรายการที่พระส่วนใหญ่จะมาดูกัน  วันธรรมดาทีวีจะถูกปิดล็อกสนิท  ถึงปัจจุบันนี้ นิสัยไม่ติดทีวี ยังคงติดตัวผมมาตลอด แต่กุศโลบายที่บอกว่า เปลืองไฟห้ามดูทีวี ผมคิดว่ามันข้ออ้าง โดยเหตุผลที่แท้จริงแล้วคงเป็นเพราะจะให้พวกเราใช้เวลากับหนังสือมากกว่า

                เมื่อมีกฎก็มีผู้คุมกฎ หลวงพี่วันชัย เป็นพระหนุ่มจะมีหน้าที่ควบคุมความประพฤติของเด็กๆ  และคอยสอดส่องดูแลไม่ให้พวกเรานอกลู่ นอกทาง พระวันชัยดูเหมือนจะดุ แต่ก็ไม่ดุสุดๆ อย่างไรก็ตามตำแหน่งนี้ก็ขลังพอที่จะทำให้พวกเราเชื่อฟังและก็กลัวพระวันชัย นั่นเป็นเพราะ ถ้าพระวันชัยรายงานความผิดถึงเจ้าอาวาสเมื่อไหร่ เด็กวัดคนนั้นงานเข้าทันที โทษขั้นรุนแรงที่สุดที่พวกเรากลัวมากที่สุดคือ ไล่ออกจากวัดใน 24 ชม นั่นหมายถึงอนาคตดับวูบ ทางบ้านคงลงโทษซ้ำอีก หลวงพี่วันชัยจึงเป็นตำรวจวัดในความรู้สึกของพวกเรา

                ตลอดเวลา 2 ปีที่ผมเรียน ม ปลาย ช่วงเตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัย ผมปฏิบัติตามกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด ผลของการเคี่ยวเข็ญของพระวันชัย รางวัลที่ได้คือการสอบเข้ามหาวิทยาลัยของรัฐได้ นำมาซึ่งความภาคภูมิใจของญาติพี่น้อง

ตามปกติแล้ว หลังจากการเข้าเรียนในมหาวิทยาลัย การเรียนหลวงพี่จะไม่มาเคี่ยวเข็ญมากเพราะถือว่าโตแล้ว ให้ดูแลตัวเอง ดังนั้นกฎระเบียบต่างๆที่ผมเคยเคร่งครัดเริ่มหย่อนยาน ห้องของผม มักจะเป็นที่รวมตัวของพวกเพื่อนๆ เด็กบ้านใกล้วัด ที่เคยเรียนมัธยมมาด้วยกัน เป็นที่สังสรรค์ ย่อมๆ ผมแอบทำผิดกฎร้ายแรงที่สุด นั่นคือการที่ไอ้พวกเพื่อนๆตัวแสบเอาหนังสือโป๊ มาฝากไว้ที่ห้อง นั่นเป็นเพราะพวกมันไม่กล้าเอากลับบ้าน ดังนั้นใต้เตียงผมจึงเป็นห้องสมุดขนาดย่อมๆ  รวมหนังสืออย่างว่าเป็นสิบเล่ม  ความลับไม่มีในโลกจริงๆ เย็นวันหนึ่งผมกลับมาจากมหาวิทยาลัยเจอหลวงพี่วันชัยนั่งอยู่ในห้องของผม พร้อมของกลางวางอยู่กลางห้อง 10 กว่าเล่ม ผมหน้าซีด เหงื่อแตกพลั๊ก โทษหนักมาก รีบเข้าไปกราบหลวงพี่

                “หลวงพี่ครับ ผมขอโทษครับ หนังสือพวกนี้ไม่ใช่ของผมเลย มันเป็นของเพื่อนๆ พวกมันเอามาฝากผมไว้ หลวงพี่อย่าบอกเจ้าอาวาสเลยนะครับ” “ไอ้ป๊อก โทษแกแรงมาก แต่ว่าที่ผ่านมาไม่เคยทำเรื่องผิดอะไร หลวงพี่จะไม่ฟ้องเจ้าอาวาส แต่หนังสือพวกนี้หลวงพี่จะเอาไปเผา” ผมกราบหลวงพี่อีกครั้งด้วยความซาบซึ้งใจ หลวงพี่หอบเอาหนังสือกองใหญ่เดินหายไปหลังกุฎิ

                สามเดือนต่อมา ในเย็นวันหนึ่งหลวงพี่วันชัยมาเรียกผมที่หน้าห้อง “ไอ้ป๊อก ขึ้นไปเอาหนังสือสวดมนต์ ในชั้นหนังสือในห้องหลวงพี่ มาให้พระใหม่หน่อย พลวงพี่จะไปโบสถ์ ขี้เกียจขึ้นไปเอาเองแล้ว”

                ผมรีบวิ่งขึ้นไปบนห้องหลวงพี่ เดินไปที่ชั้นวางหนังสือซึ่งมีหนังสือเป็นร้อยๆเล่ม จัดเรียงกันอยู่ในชั้น ผมไล่หาหนังสือสวดมนต์ ทีละเล่มทีละเล่ม แล้วผมก็พบกับหนังสือที่ผมคุ้นตา แทรกอยู่ในหมู่หนังสือเล่มอื่นๆ ผมหยิบออกมาดู มันเป็นหนังสือที่เคยอยู่ใต้เตียงผม และหลวงพี่เก็บเอาไปเผานั่นเอง”