วันพฤหัสบดีที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2555

พระเครื่อง



                ความจริงกับสิ่งที่เห็น แต่ละคนไม่เหมือนกันจริงๆ การที่เราจะไปตัดสินว่าใครดีหรือไม่ดีด้วยเหตุผลส่วนตัว ไม่ใช่เรื่องที่ถูกต้องเลย อย่างหลวงตาเตานั้นแกก็เป็นนักเสี่ยงโชคตัวยง เพียงแค่แกมานั่งคิดว่าแต่ละงวดนั้น เก็บเอาเงินที่ซื้อหวยไปฝากธนาคารไว้ ผ่านช่วงอายุแกรวมเงินแล้วก็ไม่น่าจะน้อยกว่าที่แกจะถูกรางวัลสักรางวัลหนึ่ง แต่ก็นั่นแหละ ความสุขเดือนละสองครั้งของแกก็ช่วยเติมเต็มชีวิตของแก แต่แกไม่ได้สร้างความเดือดร้อนให้ใคร ซ้ำบางทีแกก็เป็นที่พึ่งยืมเงินของบรรดาเด็กวัดยามเดือดร้อนทางบ้านส่งเงินมาไม่ทัน

หลวงตาเชียงมีความสุขกับการสะสมถังสังฆทานใบโต เพียงเพื่อแกได้ทอนกับอาแป๊ะที่มารับซื้อ ก็เป็นความสุขอย่างหนึ่งแม้ว่าบางทีก็ไม่ได้ดูว่าเหมาะสม แกเป็นคนงกที่สุดที่เรามองผ่านๆ และลงความเห็นว่าแกเป็นคนแบบนั้น แต่วันหนึ่งเมื่อหลวงตาเชียงมรณภาพ ทำให้เราได้รับรู้ในอีกมุมหนึ่งของชีวิตแก หลวงตาเชียงมอบร่างให้ รพ ศิริราช เพื่อให้แพทย์ได้เล่าเรียนศึกษา ช่วยชีวิตคน แกบริจาคเงิน 2 ล้านบาท เท่าที่แกได้สะสมให้วัดแห่งหนึ่งที่เป็นบ้านเกิดของแกที่สุพรรณบุรี บางทีสิ่งที่เราได้มองเห็นกับสิ่งที่เป็นจริงนั้นมันต่างกัน ราวขาวกับดำ

พี่นนท์พี่ที่ใจดีสุดๆของน้องๆ วันหนึ่งเราได้รับรู้เรื่องราวชีวิตของแกก็เมื่อแกหายไปหลายปี และเห็นได้เห็นรอยแผลเป็นที่ข้อเท้าทั้งสอง ที่เกิดจากตรวนเหล็กที่พันธนาการข้อเท้าตลอดเวลาที่คลองเปรม ซึ่งคนทั่วไปไม่ค่อยอยากจะเข้าไปอยู่สักเท่าไรนัก ชีวิตมีสองด้านให้เราได้เห็นเสมอ

พี่ฐา นักศึกษารามคำแหง อยู่วัดมานานมากแล้วตั้งแต่ มอ 1 จนบัดนี้รามคำแหงปีสี่ พี่ฐาเป็นแบบอย่างที่ดีให้น้องๆหลายๆเรื่อง พี่ฐาไม่เคยทำงานหาเงินกับผีเลย ไม่ใช่ว่าแกจะกลัวผีนะแต่แกบอกว่าหาเงินแบบนั้นได้น้อย สู้วิธีการของแกไม่ได้ ใช่แล้วครับพี่ฐาเป็นนักสะสมพระเครื่องตัวยง ในห้องของแกเต็มไปด้วยพระเครื่องมีหนังสือพระมากมาย หลายสำนักพิมพ์ แกจะมีความรู้ในเรื่องพระเยอะมาก จะดูออกเลยไหนพระจริงพระปลอม นั่นเพราะแกบอกว่าแกศึกษามานานแล้วตั้งแต่มาอยู่วัดใหม่ๆ

แกจะมีพระแปลกๆใหม่ ที่สามารถเอาหนังสือมาอ้างอิงให้เห็น ว่าเป็นพระอะไรรุ่นไหน แกจะมีสมาคมย่อมๆของแกอยู่ 5-6 คน เหล่าสมาชิกเป็นอาแปะแก่หลังวัด ทั้งหมดล้วนเป็นพวกบ้าพระเครื่องและทั้งหมดล้วนมีเงิน ที่จะมาเช่าพระดีดีจากพี่ฐา การพบปะกันจะมีขึ้นในวันหยุด พี่ฐาจะมีพระดีดี พิมพ์สวยๆ หลายๆองค์มาให้บรรดาเหล่าสมาชิก ทั้งหลายได้เลือกชมและเลือกบูชาแกต้องไปสรรหาตามวัดต่างๆที่กรุแตก บางทีต้องดั้นด้นไปหาตามต่างจังหวัดเพื่อได้พระสวยๆดีๆ  พี่ฐาบอกว่าให้เอาไปบูชาเท่านั้น ห้ามเอาไปเช่าต่อ เพราะพระที่ได้มาเป็นพระที่ต้องบูชา บรรดา สมาชิกของแกก็ต่างเลือกเช่าไปบูชากันคนละองค์สององค์ รวมกันแต่ละครั้งก้อนเงินสะพัดเป็นพันบาท ทำรายได้เข้ากระเป๋าเป็นกอบเป็น ผมมาอยู่วัดใหม่ๆ ช่วยแกถูห้อง ทำนู่นนี่ให้ แกมีน้ำใจให้พระผงพิมพ์นิยม กรุแตกจากอยุธยา อายุหลายร้อยปี แก่ผม 1 องค์ แกเอาไปอัดกรอบมาให้ผมและผมแขวนห้อยคอตลอดมา

หลายปีผ่านไป พี่ฐาเรียนไม่จบกลับไปอยู่ต่างจังหวัด ได้ลูกได้เมียแล้ว ผมได้มีโอกาสไปเที่ยวที่บ้านแก เรื่องราวเก่าๆที่เคยอยู่วัดกัน ถูกเอามาเล่าแกล้มเหล้ากับแกทั้งคืน เรื่องหนึ่งที่แกให้ความกระจ่างกับผมเรื่องพระเครื่องเมื่อผมถามว่าแกไปเอาพระดีดีมาจากไหนหนักหนาที่มาให้พวกอาแปะเช่าได้ตลอด

“กูไปเดินแถวท่าพระจันทร์ ตามริมถนนจะมีพวกเอาผ้าขาวมาปูมีพระให้เลือกเยอะแยะ กูก็เลือกเอาที่มันคล้ายๆในหนังสือ ราคาองค์ละบาทสองบาท ซื้อรวมๆมา เอามาแช่น้ำกรดบ้าง น้ำหมากบ้าง น้ำปูนแดงบ้างให้ดูเก่าๆแล้วก็หลอกขายพวกอาแปะ”

แกกระดกแก้วเหล้ารวดเดียวหมด แล้วเอื้อมมือมาจับพระที่คอผม

“องค์นี้  กูไปบิณฑบาตกะหลวงตาแล้วเจอตกอยู่กลางทาง เลยอัดกรอบให้มึง นี่มึงยังแขวนอยู่อีกเหรอ”