ความจริงกับสิ่งที่เห็น
แต่ละคนไม่เหมือนกันจริงๆ การที่เราจะไปตัดสินว่าใครดีหรือไม่ดีด้วยเหตุผลส่วนตัว
ไม่ใช่เรื่องที่ถูกต้องเลย อย่างหลวงตาเตานั้นแกก็เป็นนักเสี่ยงโชคตัวยง
เพียงแค่แกมานั่งคิดว่าแต่ละงวดนั้น เก็บเอาเงินที่ซื้อหวยไปฝากธนาคารไว้ ผ่านช่วงอายุแกรวมเงินแล้วก็ไม่น่าจะน้อยกว่าที่แกจะถูกรางวัลสักรางวัลหนึ่ง
แต่ก็นั่นแหละ ความสุขเดือนละสองครั้งของแกก็ช่วยเติมเต็มชีวิตของแก แต่แกไม่ได้สร้างความเดือดร้อนให้ใคร
ซ้ำบางทีแกก็เป็นที่พึ่งยืมเงินของบรรดาเด็กวัดยามเดือดร้อนทางบ้านส่งเงินมาไม่ทัน
หลวงตาเชียงมีความสุขกับการสะสมถังสังฆทานใบโต
เพียงเพื่อแกได้ทอนกับอาแป๊ะที่มารับซื้อ
ก็เป็นความสุขอย่างหนึ่งแม้ว่าบางทีก็ไม่ได้ดูว่าเหมาะสม แกเป็นคนงกที่สุดที่เรามองผ่านๆ
และลงความเห็นว่าแกเป็นคนแบบนั้น แต่วันหนึ่งเมื่อหลวงตาเชียงมรณภาพ
ทำให้เราได้รับรู้ในอีกมุมหนึ่งของชีวิตแก หลวงตาเชียงมอบร่างให้ รพ ศิริราช
เพื่อให้แพทย์ได้เล่าเรียนศึกษา ช่วยชีวิตคน แกบริจาคเงิน 2 ล้านบาท
เท่าที่แกได้สะสมให้วัดแห่งหนึ่งที่เป็นบ้านเกิดของแกที่สุพรรณบุรี บางทีสิ่งที่เราได้มองเห็นกับสิ่งที่เป็นจริงนั้นมันต่างกัน
ราวขาวกับดำ
พี่นนท์พี่ที่ใจดีสุดๆของน้องๆ วันหนึ่งเราได้รับรู้เรื่องราวชีวิตของแกก็เมื่อแกหายไปหลายปี
และเห็นได้เห็นรอยแผลเป็นที่ข้อเท้าทั้งสอง ที่เกิดจากตรวนเหล็กที่พันธนาการข้อเท้าตลอดเวลาที่คลองเปรม
ซึ่งคนทั่วไปไม่ค่อยอยากจะเข้าไปอยู่สักเท่าไรนัก ชีวิตมีสองด้านให้เราได้เห็นเสมอ
พี่ฐา นักศึกษารามคำแหง
อยู่วัดมานานมากแล้วตั้งแต่ มอ 1 จนบัดนี้รามคำแหงปีสี่ พี่ฐาเป็นแบบอย่างที่ดีให้น้องๆหลายๆเรื่อง
พี่ฐาไม่เคยทำงานหาเงินกับผีเลย ไม่ใช่ว่าแกจะกลัวผีนะแต่แกบอกว่าหาเงินแบบนั้นได้น้อย
สู้วิธีการของแกไม่ได้ ใช่แล้วครับพี่ฐาเป็นนักสะสมพระเครื่องตัวยง
ในห้องของแกเต็มไปด้วยพระเครื่องมีหนังสือพระมากมาย หลายสำนักพิมพ์ แกจะมีความรู้ในเรื่องพระเยอะมาก
จะดูออกเลยไหนพระจริงพระปลอม นั่นเพราะแกบอกว่าแกศึกษามานานแล้วตั้งแต่มาอยู่วัดใหม่ๆ
แกจะมีพระแปลกๆใหม่ ที่สามารถเอาหนังสือมาอ้างอิงให้เห็น
ว่าเป็นพระอะไรรุ่นไหน แกจะมีสมาคมย่อมๆของแกอยู่ 5-6 คน เหล่าสมาชิกเป็นอาแปะแก่หลังวัด
ทั้งหมดล้วนเป็นพวกบ้าพระเครื่องและทั้งหมดล้วนมีเงิน ที่จะมาเช่าพระดีดีจากพี่ฐา
การพบปะกันจะมีขึ้นในวันหยุด พี่ฐาจะมีพระดีดี พิมพ์สวยๆ หลายๆองค์มาให้บรรดาเหล่าสมาชิก
ทั้งหลายได้เลือกชมและเลือกบูชาแกต้องไปสรรหาตามวัดต่างๆที่กรุแตก
บางทีต้องดั้นด้นไปหาตามต่างจังหวัดเพื่อได้พระสวยๆดีๆ พี่ฐาบอกว่าให้เอาไปบูชาเท่านั้น
ห้ามเอาไปเช่าต่อ เพราะพระที่ได้มาเป็นพระที่ต้องบูชา บรรดา สมาชิกของแกก็ต่างเลือกเช่าไปบูชากันคนละองค์สององค์
รวมกันแต่ละครั้งก้อนเงินสะพัดเป็นพันบาท ทำรายได้เข้ากระเป๋าเป็นกอบเป็น
ผมมาอยู่วัดใหม่ๆ ช่วยแกถูห้อง ทำนู่นนี่ให้ แกมีน้ำใจให้พระผงพิมพ์นิยม กรุแตกจากอยุธยา
อายุหลายร้อยปี แก่ผม 1 องค์ แกเอาไปอัดกรอบมาให้ผมและผมแขวนห้อยคอตลอดมา
หลายปีผ่านไป พี่ฐาเรียนไม่จบกลับไปอยู่ต่างจังหวัด
ได้ลูกได้เมียแล้ว ผมได้มีโอกาสไปเที่ยวที่บ้านแก เรื่องราวเก่าๆที่เคยอยู่วัดกัน
ถูกเอามาเล่าแกล้มเหล้ากับแกทั้งคืน
เรื่องหนึ่งที่แกให้ความกระจ่างกับผมเรื่องพระเครื่องเมื่อผมถามว่าแกไปเอาพระดีดีมาจากไหนหนักหนาที่มาให้พวกอาแปะเช่าได้ตลอด
“กูไปเดินแถวท่าพระจันทร์
ตามริมถนนจะมีพวกเอาผ้าขาวมาปูมีพระให้เลือกเยอะแยะ
กูก็เลือกเอาที่มันคล้ายๆในหนังสือ ราคาองค์ละบาทสองบาท ซื้อรวมๆมา
เอามาแช่น้ำกรดบ้าง น้ำหมากบ้าง น้ำปูนแดงบ้างให้ดูเก่าๆแล้วก็หลอกขายพวกอาแปะ”
แกกระดกแก้วเหล้ารวดเดียวหมด แล้วเอื้อมมือมาจับพระที่คอผม
“องค์นี้ กูไปบิณฑบาตกะหลวงตาแล้วเจอตกอยู่กลางทาง
เลยอัดกรอบให้มึง นี่มึงยังแขวนอยู่อีกเหรอ”