วันพฤหัสบดีที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2555

ธูปหน้าศพ


การหารายได้พิเศษ ระหว่างเรียน ชีวิตเด็กวัดนั้นมีความจำเป็นเพราะฐานะที่ต้องมาขออาศัยอยู่วัด คงไม่ใช่เศรษฐีแน่นอน คุณสมบัติง่ายๆเพียงแค่ไม่กลัวผีเท่านั้น การทำเงินในวัดง่ายแสนง่าย เพราะทุกอย่างต้องเกี่ยวพักกะผีกะศพทั้งหมด ผมจำได้ว่าช่วงอยู่ที่วัดสองปีแรกที่ยังไม่เข้าเรียนมหาวิทยาลัย ทางบ้านแทบไม่ต้องส่งเงินมาให้เลย เป็นเพราะเงินหาได้ง่ายๆในวัดนั่นเอง งานเล็กๆงานง่ายๆที่สุด คือแบกของจำลองกระดาษไปเผา ของจำลองกระดาษที่ญาติผู้ตายซื้อมาเพื่อเผาให้กับผู้ตายมีตั้งแต่รถเบนซ์ ถึงบ้านหลังโตๆ ความเชื่อที่คิดกันว่าเค้าได้เอาไปใช้ในโลกหน้า ก็ว่ากันไป แต่ละชิ้นแต่ละอันไม่ใช่เล็กๆ หน้าที่เด็กจะมาจากนายหน้า ซึ่งเป็นอาแปะแก่ๆหากินกะวัดนี่แหละ มาจ้าง  ผมว่าอาชีพนี้เป็นออแกนไนเซอร์งานศพยุคแรกๆเลยทีเดียว งานง่ายๆคอยมีศพเข้าศาลา สามารถพูดภาษาจีนได้ก็ไปล้งเล้งกะเจ้าภาพรับหน้าที่จัดการให้ทุกอย่าง  ตั้งแต่คืนแรกยันวันเอาไปฝัง ทีนี้เราก็ต้องคอยถามอาแปะมีงานอะไรให้ทำบ้าง แบกกระดาษไปเผาเอย เสริฟน้ำเอย ล้างจานเอยทุกอย่างมีค่าตัวหมด 150 บาทกะงานแค่ชั่วโมงสองชั่วโมง ซึ่งราคาข้าวราดแกงในตอนนั้น 15 บาทไม่น้อยเลย ทุกบาทที่หามาได้เก็บหมดเพราะอยู่วัดแทบจะไม่มีรายจ่ายเลย

งานจุดธูปหน้าศพเป็นงานหนึ่งที่ต้องใช้ความกล้าและ ความขยันแต่ค่าตอบแทนแสนคุ้มค่า คงจะเห็นกันนะครับว่าทุกงานศพ ที่หน้าโลงจะมีธูปดอกหนึ่งต้องจุดอยู่ตลอดเวลา ห้ามธูปดับ เพราะว่ากันว่าธูปดอกนั้นจะเป็นที่ยึดวิญญาณของผู้ตาย เพื่อให้วิญญาณผู้ตายอยู่กะญาติ อยู่กับร่างไม่ไปไหน สำคัญมาก!! ในตอนกลางวันจะมีญาติ เฝ้าอยู่ตลอดก็เป็นหน้าที่ลูกหลาน ญาติพี่น้องที่ต้องคอยจุดธูปกัน แต่หลังสี่ทุ่ม ญาติกลับกันแล้วนี่สิใครจะมาจุดให้ งานนี้เลยเป็นงานของเด็กวัดที่ไม่กลัวและขยัน เรื่องกลัวคงเข้าใจกันเพราะว่าต้องมาจุดธูปคนเดียวดึกๆ แต่ที่ว่าขยัน เนี่ยมันมีที่มา

ธูป 1 ดอกใหญ่ๆ จุดได้นานประมาณ 2 ชั่วโมง ก่อนที่ญาติพี่น้องจะกลับหลังสวดเสร็จจะจุดเผื่อไว้ และจะไปดับประมาณเที่ยงคืน หน้าที่เราต้องรีบตื่นก่อนเที่ยงคืน ก่อนตีสอง ก่อนตีสี่ และก่อนหกโมงเช้า 4 ครั้งต่อคืน เพราะประมาณ 7-8 โมงญาติก็จะมากันแล้วและจะรับช่วงต่อ ที่ว่าขยันคือต้องตั้งนาฬิกาปลุก 4 ครั้งต่อคืนและเดินไปจุดธูปทุก สองชั่วโมงตลอดคืน แต่ค่าตอบแทนก็งามพอที่จะรับงาน ผมรับเหนาะๆไปหลายเดือน รับทรัพย์ไปหลายกับงานนี้ ยอมอดทนตื่นมากลางคืนแล้วเดินไปจุดธูป จนมาถึงคืนหนึ่ง ผมตื่นมาตอนตีสามเกือบตีสี่ เดินไปศาลาเพื่อจะจุดธูปกะสุดท้าย อารมณ์กลัวหมดไปแล้วมีแต่ความง่วงมากกว่าแต่ด้วยหน้าที่ ต้องรับผิดชอบ เดินไปถึงศาลา เจอกับลุงแสง ลุงแสงเป็นยามเก่าแก่ปกติไม่ค่อยเจอแกเท่าไหร่หรอก เพราะแกมักจะไปนอนยามที่หลังศาลามากกว่าแค่หน้าที่รับผิดชอบเป็นยามเท่านั้น

ตื่นมาทำไรวะไอ้ป๊อกตีสี่แกตะโกนถามผมมาในความมืด ม

รับจ้างจุดธูปลุง เนี่ยรอบสุดท้ายแล้ว ผมลุกขึ้นทุกสองชั่วโมงมาจุดกลัวธูปดับครับ

เสียงลุงแสงหัวเราะผ่านมาในความมืด

ลุงก็เคยทำนะ ลุงตื่นมาจุดทีเดียวตีห้าเลย ทำมาจะ 30 ปี ก็ยังไม่เคยเห็นศพหายเพราะธูปดับสักที

……………………..