การหารายได้พิเศษ ระหว่างเรียน
ชีวิตเด็กวัดนั้นมีความจำเป็นเพราะฐานะที่ต้องมาขออาศัยอยู่วัด
คงไม่ใช่เศรษฐีแน่นอน คุณสมบัติง่ายๆเพียงแค่ไม่กลัวผีเท่านั้น
การทำเงินในวัดง่ายแสนง่าย เพราะทุกอย่างต้องเกี่ยวพักกะผีกะศพทั้งหมด ผมจำได้ว่าช่วงอยู่ที่วัดสองปีแรกที่ยังไม่เข้าเรียนมหาวิทยาลัย
ทางบ้านแทบไม่ต้องส่งเงินมาให้เลย เป็นเพราะเงินหาได้ง่ายๆในวัดนั่นเอง งานเล็กๆงานง่ายๆที่สุด
คือแบกของจำลองกระดาษไปเผา
ของจำลองกระดาษที่ญาติผู้ตายซื้อมาเพื่อเผาให้กับผู้ตายมีตั้งแต่รถเบนซ์ ถึงบ้านหลังโตๆ
ความเชื่อที่คิดกันว่าเค้าได้เอาไปใช้ในโลกหน้า ก็ว่ากันไป
แต่ละชิ้นแต่ละอันไม่ใช่เล็กๆ หน้าที่เด็กจะมาจากนายหน้า ซึ่งเป็นอาแปะแก่ๆหากินกะวัดนี่แหละ
มาจ้าง
ผมว่าอาชีพนี้เป็นออแกนไนเซอร์งานศพยุคแรกๆเลยทีเดียว
งานง่ายๆคอยมีศพเข้าศาลา สามารถพูดภาษาจีนได้ก็ไปล้งเล้งกะเจ้าภาพรับหน้าที่จัดการให้ทุกอย่าง
ตั้งแต่คืนแรกยันวันเอาไปฝัง
ทีนี้เราก็ต้องคอยถามอาแปะมีงานอะไรให้ทำบ้าง แบกกระดาษไปเผาเอย เสริฟน้ำเอย
ล้างจานเอยทุกอย่างมีค่าตัวหมด 150 บาทกะงานแค่ชั่วโมงสองชั่วโมง
ซึ่งราคาข้าวราดแกงในตอนนั้น 15 บาทไม่น้อยเลย ทุกบาทที่หามาได้เก็บหมดเพราะอยู่วัดแทบจะไม่มีรายจ่ายเลย
งานจุดธูปหน้าศพเป็นงานหนึ่งที่ต้องใช้ความกล้าและ
ความขยันแต่ค่าตอบแทนแสนคุ้มค่า คงจะเห็นกันนะครับว่าทุกงานศพ
ที่หน้าโลงจะมีธูปดอกหนึ่งต้องจุดอยู่ตลอดเวลา ห้ามธูปดับ
เพราะว่ากันว่าธูปดอกนั้นจะเป็นที่ยึดวิญญาณของผู้ตาย
เพื่อให้วิญญาณผู้ตายอยู่กะญาติ อยู่กับร่างไม่ไปไหน สำคัญมาก!!
ในตอนกลางวันจะมีญาติ
เฝ้าอยู่ตลอดก็เป็นหน้าที่ลูกหลาน ญาติพี่น้องที่ต้องคอยจุดธูปกัน แต่หลังสี่ทุ่ม
ญาติกลับกันแล้วนี่สิใครจะมาจุดให้ งานนี้เลยเป็นงานของเด็กวัดที่ไม่กลัวและขยัน
เรื่องกลัวคงเข้าใจกันเพราะว่าต้องมาจุดธูปคนเดียวดึกๆ แต่ที่ว่าขยัน
เนี่ยมันมีที่มา
ธูป 1 ดอกใหญ่ๆ จุดได้นานประมาณ 2 ชั่วโมง
ก่อนที่ญาติพี่น้องจะกลับหลังสวดเสร็จจะจุดเผื่อไว้ และจะไปดับประมาณเที่ยงคืน
หน้าที่เราต้องรีบตื่นก่อนเที่ยงคืน ก่อนตีสอง ก่อนตีสี่ และก่อนหกโมงเช้า 4
ครั้งต่อคืน
เพราะประมาณ 7-8 โมงญาติก็จะมากันแล้วและจะรับช่วงต่อ ที่ว่าขยันคือต้องตั้งนาฬิกาปลุก
4 ครั้งต่อคืนและเดินไปจุดธูปทุก สองชั่วโมงตลอดคืน
แต่ค่าตอบแทนก็งามพอที่จะรับงาน ผมรับเหนาะๆไปหลายเดือน รับทรัพย์ไปหลายกับงานนี้
ยอมอดทนตื่นมากลางคืนแล้วเดินไปจุดธูป จนมาถึงคืนหนึ่ง ผมตื่นมาตอนตีสามเกือบตีสี่
เดินไปศาลาเพื่อจะจุดธูปกะสุดท้าย
อารมณ์กลัวหมดไปแล้วมีแต่ความง่วงมากกว่าแต่ด้วยหน้าที่ ต้องรับผิดชอบ
เดินไปถึงศาลา เจอกับลุงแสง ลุงแสงเป็นยามเก่าแก่ปกติไม่ค่อยเจอแกเท่าไหร่หรอก เพราะแกมักจะไปนอนยามที่หลังศาลามากกว่าแค่หน้าที่รับผิดชอบเป็นยามเท่านั้น
“ตื่นมาทำไรวะไอ้ป๊อกตีสี่” แกตะโกนถามผมมาในความมืด
ม
“รับจ้างจุดธูปลุง เนี่ยรอบสุดท้ายแล้ว
ผมลุกขึ้นทุกสองชั่วโมงมาจุดกลัวธูปดับครับ”
เสียงลุงแสงหัวเราะผ่านมาในความมืด
“ ลุงก็เคยทำนะ ลุงตื่นมาจุดทีเดียวตีห้าเลย ทำมาจะ
30 ปี ก็ยังไม่เคยเห็นศพหายเพราะธูปดับสักที”
……………………..