วันเสาร์ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2555

ผมผี



                บางทีผมก็คิดอยู่เหมือนกันว่านี่เราเป็นเด็กวัดหรือเปล่าหว่า ทำไมไม่ค่อยจะเหมือนความรู้สึกที่เคยรับรู้มาก่อนจากหนังสือ หรือคำบอกเล่าว่า เด็กวัดต้องขัดกุฏิทุกวัน เด็กวัดต้องกวาดใบไม้ลานวัด เด็กวัดต้องขัดห้องน้ำ เด็กวัดต้องจาน หรือว่า ตอนนี้วัดได้แปรเปลี่ยนไปตามกาล ที่ต้องปรับเข้ากับสภาพสังคม กุฏิจากที่เป็นไม้ก็กลายเป็นกระเบื้องไม่ต้องขัดถูมาก ต้นไม้ในวัดหายไปเพราะโดนโค่นทำลานจอดรถ จึงไม่ต้องกวาดลานวัด แต่ช่วยเก็บเงินค่าจอดรถแทน ห้องน้ำสมัยก่อนอาจเป็นแค่อ่างที่แค่รองน้ำแล้วไปยืนรอบอ่างอาบน้ำ กัน ตอนนี้ห้องน้ำก็กลายเป็นห้องๆ หรือว่าตอนนี้มีคนครัวที่คอยล้างจาน เด็กวัดอย่างเราๆจึงไม่ต้องล้างจานอีกต่อไป

                เรื่องราวที่เกี่ยวข้อง ใกล้ชิดกับพวกเราในวัดจึงเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ ภายในวัดเสียมากกว่า มีพี่เด็กวัดคนเก่าๆบอกว่า ในวัดมีเงินวางอยู่ทั่วไปอยู่ที่ว่าใครจะเก็บเอามาใช้เป็น นั่นเพราะวัดเป็นสถานที่ ทุกคนมาจ่าย จ่าย และจ่ายเงิน งานศพแต่ละศพ คนเป็นที่เหลืออยู่ก็ต้องจ่าย จ่าย มาทำบุญก็ต้องจ่าย ในวัดจึงเกิดอาชีพแปลกๆมากมาย อย่างที่ผมเคยเล่าไปเมื่อตอนก่อนๆ เป็นยาม รับจ้างล้างจาน เผากระดาษ รับจ้างจุดธูป แต่อย่างไรก็ตาม อาชีพที่สำคัญและทำเงินได้มากที่สุด คืออาชีพสัปเหร่อ

                สัปเหร่อจะเริ่มรับงานตั้งแต่ศพเข้าศาลา จะสวดสามวัน ห้าวัน หรือแม้แต่เจ็ดวัน สัปเหร่อจะต้องดูแลไปจนกว่าวันเข้าเตาเผา หรือเอาไปฝัง งานดูแลความสะดวกทุกอย่างในศาลา กวาดถูศาลา อาราธนาศีล เก็บเก้าอี้ กวาดพื้น ปิดไฟศาลาเป็นอันจบงานในแต่ละวัน รายได้จะมาจากทางวัดที่ให้เป็นค่าจ้างรายวันอยู่แล้ว แต่นั่นแค่ส่วนน้อยกับที่ได้จากเจ้าภาพงานศพ ที่เค้าจะไหว้วานใช้งานและให้ค่าน้ำใจ ไอ้ค่าน้ำใจเนี่ยแหละ มันมากกว่าค่าจ้างที่วัดให้มากกว่าหลายเท่านัก แต่บางคนก็มีวิธีการหาเงินแบบแปลกๆ

                พี่สิทธิ์ สัปเหร่อหนุ่ม อายุไม่เกิน 40 แกมาจากวัดใกล้ๆมาของานทำเมื่อทราบว่า ลุงหนูสัปเหร่อมือ 1 ตายไปไม่กี่วัน แต่ไม่ต้องผ่านการสอบสัมภาษณ์อะไรมากนักเหมือนระบบการรับเข้าทำงานเอกชน เพราะพี่สิทธิ์มีใบเบิกทางการทำงานเป็นคำแนะนำผ่านมาทางเจ้าอาวาสวัดที่แกเคยทำมาก่อนแล้วนั่นเอง สัปเหร่อมือ 1 จึงเป็นของพี่สิทธิ์อย่างง่ายดาย พี่สิทธิ์แกหาเงินเก่งมาก แกเอาหมดทุกทาง เจ้าภาพให้ไปซื้อดอกไม้ ราคา 60 บาทแกบอก 100 บาท พวงหรีดที่เป็นโฟม พอถึงวันสุดท้ายเผาศพแกก็แกะเอาดอกไม้ออก รวบรวมขาย แกบอกว่าแกไม่ได้เรียนหนังสือ ความรู้ก็ไม่มี มาทำอาชีพสัปเหร่อ งานไม่มีเกียรติ ใครๆก็รังเกียจ แกจึงตั้งใจว่าตัวแกเองจะหาเงินจากอาชีพสัปเหร่อที่แกทำทุกเม็ด ทุกรูปแบบ ให้มากที่สุด วันหนึ่งผมได้รู้ว่าแกมีวิธีหาเงินแปลกๆ อีกอย่าง

                ศพนักศึกษาสาว 24 ปี ตายเพราะอุบัติเหตุ รถชนคอสะพานตายคาที่ สวดอยู่ห้าวัน ก็เผา วันนั้นนึกสนุก เป็นวันเสาร์ อยากไปช่วยพี่สิทธิ์เผาศพ อยากรู้สัปเหร่อหนุ่มกะสัปเหร่อแก่แบบลุงหนูจะมีลีลาต่างกันอย่างไร

                เสียงกระดิ่งยาว เป็นสัญญาณที่ต้องปิดม่านหน้าเตาเผา ญาติพี่น้องที่ดูหน้าศพครั้งสุดท้าย ก็ต้องเดินลงจากเมรุไป หลังจากนี้ก็เป็นหน้าที่ของสัปเหร่อ ก่อนพี่สิทธิ์ปิดฝาโลงแก ควักถุงพลาสติกมา 1 ในพร้อมกรรไกรที่เตรียมมา เอื้อมลงไปตัดผมยาวสลวยของศพสาว ผู้นั้นแล้วยัดใส่ถุงพลาสติก ก่อนปิดฝาโลงดันโลงเข้าเตา แกเดินมาคุยกับผม ด้วยอาการโล่งใจ

เฮ้อ ได้ครบตามใบสั่งซะที รอมาหลายวันกว่าจะเจอผมสวยๆ ร้านเสริมสวยมันโทรมาทวงกูยิกๆทุกวันเลยหวะ บอกลูกค้ารอจะต่อผม ให้เร่งหาให้หน่อย”