“อาตี๋ดำ คืนนี้ลื้อมาเสริฟข้าวต้มให้อั๊วที่ศาลา 5 นะ” ยังจำอาแปะออแกนไนเซอร์งานศพเจ้าประจำได้ไหมครับ
วันนี้ผมกลับมาจากโรงเรียนก็ได้รับการเสนองานทันที จริงๆแล้วแกจะเรียกผมว่าอาตี๋
อาตี๋ แต่ผมทำใจไม่ได้บอกแกไปว่า อาแปะผมไม่ใช่คนจีนนะตัวดำปิ๊ด
อาแปะอย่าเรียกอาตี๋ ผมอายคนอื่นเค้า “ล่าย ล่าย อาตี๋ดำ” นับแต่บัดนั้น
อาตี๋ดำจึงเป็นชื่อที่แกเรียกผม อาแปะแกเป็นคนมีเงินบ้านอยู่หลังวัด
แต่แกว่างจัดลูกหลานก็เลี้ยงดูดีแต่แกไม่ชอบอยู่บ้าน
เลยมารับงานจัดการงานศพที่วัดมาหลายปีแล้ว แกมีชื่อจีนว่า โหวถ่าย ไม่รู้แปลว่าอะไร แต่พวกเราจะเรียกแกติดปากว่า อาแปะหัวไก่ หรือ
หัวไก่ เฉยๆ แกก็ชอบชื่อนี้นะ เพราะเห็นเรียกแกแกก็หันมาและไม่มีท่าทีโกรธอะไร
น้ำใจแกกว้าง เคยมีงานศพงานหนึ่งแกบอกเจ้าภาพว่าเอาโต๊ะจีนให้แก 1 โต๊ะ
แล้วแกก็ชวนพวกเด็กวัดไปซัดโต๊ะจีน กันเต็มคราบ การไหว้วานจากหัวไก่จะไม่มี
ต้องมีค่าตอบแทนเสมอ หัวไก่จึงเป็นที่รักของชาวเรา
หัวไก่นอกจากจะเก่งเรื่องการจัดการงานศพแล้ว ฝีมือการทำอาหารก็ไม่เป็นสองรองใคร
เข้าขั้นอร่อยเลยทีเดียวแกจึงรับเหมาทำอาหาร ด้วยเลยไปในตัว ข้าวต้มหมู กระเพาะปลา
ก๋วยจั๊บ ทุกเมนูแกทำได้หมด และแต่ละคืนแกก็รับทำหลายๆศาลาด้วยสิ เชพหัวไก่เป็นเชพที่ผู้ช่วยเชพจะชอบมาก
แกไม่มีพิธีรีตองไม่
ต้องตระเตรียมส่วนผสมอะไรยุ่งยากข้าวสารก็เทใส่หม้อต้มเลยไม่ล้าง
ผักมายังไงจากตลาดก็หักใส่ไปแบบนั้น ไม่ต้องคัดเลือกดีไม่ดี หัวไก่ไม่ต้องชิม
แต่ทุกหม้อที่หัวไก่ทำยอมรับว่าอร่อย เลยทีเดียว
หน้าที่เด็กเสริฟคือมารอพระสวดจบที่สาม
ก็รับเอาถาดที่ใส่อาหารไปเสริฟญาติผู้ตายที่มางานศพ พร้อมกับน้ำเปล่า น้ำอัดลมด้วย
แค่นั้นก็หมดหน้าที่แล้ว คืนนั้นรับงานที่ศาลา 5 มารอตั้งแต่พระสวดจบที่
1 หัวไก่ทำเมนูข้าวต้มหมู คืนนี้แกรับงานทำอาหารหลายศาลา วิ่งไปวิ่งมา
พระเริ่มสวดจบที่ 3 หัวไก่เร่งไฟแรง ข้าวต้มเดือดปุดๆ แกสาดผักชีต้นหอม ลงไปกวนๆ
เพื่อเตรียมพร้อมจะ ยกลงตักใส่ถ้วย
ลูกแมวสองตัว วิ่งไล่กันอยู่บนรั้วกำแพงใกล้ๆ หม้อข้าวต้ม
มันวิ่งไล่กันมาจนใกล้กับหม้อข้าวต้มที่กำลังเดือดจัด เชพหัวไก่กำลังกวนๆอย่างรวดเร็ว
แล้วไอ้ลูกแมวเจ้ากรรมตัวแรก เกิดกระโดดพลาด
จ๋อม!! ลูกแมวเคราะห์ร้ายตัวนั้น พลัดตกลงไปในหม้อข้าวต้มที่กะลังเดือดปุดๆ
ไม่มีปฏิกิริยาอะไรจากหัวไก่ เพียงแต่หันมาสั่งผมว่า อาตี๋ดำ
ลื้อไปเอากระเทียมเจียวศาลา 4 มาให้อั๊วหน่อย ผมรีบวิ่งไปที่ศาลา 4 อย่างรวดเร็ว
คิดในใจว่าแกคงไปแบ่งข้าวต้มอีกศาลา มาแน่ๆ เพราะตอนนั้นพระก็สวดใกล้เสร็จแล้ว
จะต้มใหม่ไม่มีทางทัน ผมวิ่งกลับมาพร้อมกระเทียมเจียว
จริงด้วยหัวไก่ไปเอาข้าวต้มอีกศาลา มาทันการณ์
แกเทกระเทียมเจียวลงไปแล้วก็ตักแบ่งใส่ถ้วย พร้อมเสริฟ เหตุการณ์คลี่คลายผ่านไปด้วยดี
คืนนี้ผมกินข้าวต้มฟรีและตักใส่โถเอาไปกินรอบดึกเป็นแรงอ่านหนังสือ จบงานผมรับเงิน
แต่ก็ยังสงสัยแกไปยกข้าวต้มมาจากศาลาไหน
“หัวไก่
ลื้อไปยกข้าวต้มมาจากศาลาไหนเนี่ย เร็วมากแล้วใครไปช่วยยกมาหละ” ผมถามปนสงสัย
“จะเอามาจากไหนทันหละ
อาตี๋ดำ อั๊วก็ตักจากไอ้หม้อนั้นแหละ ตักเอาแมวออกแล้วช้อนขนทิ้ง”
ยังไม่ทันสิ้นคำอาแปะผมเหลือบไปเห็นซากลูกแมวตัวเขื่อง
นอนตายอยู่ในกะละมังขนลอยอยู่เต็ม มือที่ถือโถข้าวต้มเริ่มอ่อนแรง