วันพฤหัสบดีที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2555

ข้าวต้มแมว


อาตี๋ดำ คืนนี้ลื้อมาเสริฟข้าวต้มให้อั๊วที่ศาลา 5 นะ ยังจำอาแปะออแกนไนเซอร์งานศพเจ้าประจำได้ไหมครับ วันนี้ผมกลับมาจากโรงเรียนก็ได้รับการเสนองานทันที จริงๆแล้วแกจะเรียกผมว่าอาตี๋ อาตี๋ แต่ผมทำใจไม่ได้บอกแกไปว่า อาแปะผมไม่ใช่คนจีนนะตัวดำปิ๊ด อาแปะอย่าเรียกอาตี๋ ผมอายคนอื่นเค้า “ล่าย ล่าย อาตี๋ดำ” นับแต่บัดนั้น อาตี๋ดำจึงเป็นชื่อที่แกเรียกผม อาแปะแกเป็นคนมีเงินบ้านอยู่หลังวัด แต่แกว่างจัดลูกหลานก็เลี้ยงดูดีแต่แกไม่ชอบอยู่บ้าน เลยมารับงานจัดการงานศพที่วัดมาหลายปีแล้ว แกมีชื่อจีนว่า โหวถ่าย ไม่รู้แปลว่าอะไร  แต่พวกเราจะเรียกแกติดปากว่า อาแปะหัวไก่ หรือ หัวไก่ เฉยๆ แกก็ชอบชื่อนี้นะ เพราะเห็นเรียกแกแกก็หันมาและไม่มีท่าทีโกรธอะไร น้ำใจแกกว้าง เคยมีงานศพงานหนึ่งแกบอกเจ้าภาพว่าเอาโต๊ะจีนให้แก 1 โต๊ะ แล้วแกก็ชวนพวกเด็กวัดไปซัดโต๊ะจีน กันเต็มคราบ การไหว้วานจากหัวไก่จะไม่มี ต้องมีค่าตอบแทนเสมอ หัวไก่จึงเป็นที่รักของชาวเรา หัวไก่นอกจากจะเก่งเรื่องการจัดการงานศพแล้ว ฝีมือการทำอาหารก็ไม่เป็นสองรองใคร เข้าขั้นอร่อยเลยทีเดียวแกจึงรับเหมาทำอาหาร ด้วยเลยไปในตัว ข้าวต้มหมู กระเพาะปลา ก๋วยจั๊บ ทุกเมนูแกทำได้หมด และแต่ละคืนแกก็รับทำหลายๆศาลาด้วยสิ  เชพหัวไก่เป็นเชพที่ผู้ช่วยเชพจะชอบมาก แกไม่มีพิธีรีตองไม่ ต้องตระเตรียมส่วนผสมอะไรยุ่งยากข้าวสารก็เทใส่หม้อต้มเลยไม่ล้าง ผักมายังไงจากตลาดก็หักใส่ไปแบบนั้น ไม่ต้องคัดเลือกดีไม่ดี หัวไก่ไม่ต้องชิม แต่ทุกหม้อที่หัวไก่ทำยอมรับว่าอร่อย เลยทีเดียว

                หน้าที่เด็กเสริฟคือมารอพระสวดจบที่สาม ก็รับเอาถาดที่ใส่อาหารไปเสริฟญาติผู้ตายที่มางานศพ พร้อมกับน้ำเปล่า น้ำอัดลมด้วย แค่นั้นก็หมดหน้าที่แล้ว คืนนั้นรับงานที่ศาลา 5 มารอตั้งแต่พระสวดจบที่ 1 หัวไก่ทำเมนูข้าวต้มหมู คืนนี้แกรับงานทำอาหารหลายศาลา วิ่งไปวิ่งมา พระเริ่มสวดจบที่ 3 หัวไก่เร่งไฟแรง ข้าวต้มเดือดปุดๆ แกสาดผักชีต้นหอม ลงไปกวนๆ เพื่อเตรียมพร้อมจะ ยกลงตักใส่ถ้วย  ลูกแมวสองตัว วิ่งไล่กันอยู่บนรั้วกำแพงใกล้ๆ หม้อข้าวต้ม มันวิ่งไล่กันมาจนใกล้กับหม้อข้าวต้มที่กำลังเดือดจัด เชพหัวไก่กำลังกวนๆอย่างรวดเร็ว แล้วไอ้ลูกแมวเจ้ากรรมตัวแรก เกิดกระโดดพลาด

จ๋อม!! ลูกแมวเคราะห์ร้ายตัวนั้น พลัดตกลงไปในหม้อข้าวต้มที่กะลังเดือดปุดๆ ไม่มีปฏิกิริยาอะไรจากหัวไก่ เพียงแต่หันมาสั่งผมว่า อาตี๋ดำ ลื้อไปเอากระเทียมเจียวศาลา 4 มาให้อั๊วหน่อย ผมรีบวิ่งไปที่ศาลา 4 อย่างรวดเร็ว คิดในใจว่าแกคงไปแบ่งข้าวต้มอีกศาลา มาแน่ๆ เพราะตอนนั้นพระก็สวดใกล้เสร็จแล้ว จะต้มใหม่ไม่มีทางทัน ผมวิ่งกลับมาพร้อมกระเทียมเจียว จริงด้วยหัวไก่ไปเอาข้าวต้มอีกศาลา มาทันการณ์ แกเทกระเทียมเจียวลงไปแล้วก็ตักแบ่งใส่ถ้วย พร้อมเสริฟ เหตุการณ์คลี่คลายผ่านไปด้วยดี คืนนี้ผมกินข้าวต้มฟรีและตักใส่โถเอาไปกินรอบดึกเป็นแรงอ่านหนังสือ จบงานผมรับเงิน แต่ก็ยังสงสัยแกไปยกข้าวต้มมาจากศาลาไหน  

                “หัวไก่ ลื้อไปยกข้าวต้มมาจากศาลาไหนเนี่ย เร็วมากแล้วใครไปช่วยยกมาหละ” ผมถามปนสงสัย

                “จะเอามาจากไหนทันหละ อาตี๋ดำ อั๊วก็ตักจากไอ้หม้อนั้นแหละ ตักเอาแมวออกแล้วช้อนขนทิ้ง”

ยังไม่ทันสิ้นคำอาแปะผมเหลือบไปเห็นซากลูกแมวตัวเขื่อง นอนตายอยู่ในกะละมังขนลอยอยู่เต็ม มือที่ถือโถข้าวต้มเริ่มอ่อนแรง