รถยนต์คันใหญ่บ่งบอกฐานะของคนในทางโลก แต่ในทางธรรมะ
พระรูปใดมีถังสังฆทานมากแค่ไหนจะแสดงถึงบารมีและฐานะมากขึ้นเท่านั้น หลวงตาเชียง
เป็นพระรูปหนึ่งที่ใต้เตียงและพื้นที่ว่างหลังห้องเต็มไปด้วยถังสังฆทาน ใหญ่บ้างเล็กบ้าง
ปะปนกันไป ไม่ต่ำกว่าร้อยถัง เทคนิคของหลวงตาเชียง คือการให้พรนานๆ
พรมน้ำมนต์เยอะๆจนผู้มาทำบุญตัวเปียกปอนไปตามกันอีกทั้งลีลาการพูด
ทำให้มีญาติโยมเจ้าประจำมาถวายสังฆทานไม่ได้ขาด
แต่นั่นก็ไม่ใช่เหตุผลหลักซะทีเดียวที่หลวงตาเชียงจะมีฐานะมั่งคั่งด้วยจำนวนถังสังฆทาน
แต่เป็นเพราะว่าหลวงตาเป็นตัวยืนในการรับถังสังฆทานประจำวัดต่างหาก
ด้วยที่ไม่ค่อยรับกิจนิมนต์ จึงอยู่ประจำวัดตลอดทั้งวัน ผู้ทำบุญมาติดต่อ
ยามก็จะบอกให้มาหาหลวงตาเชียง แทบทุกคน
ด้วยนิสัยหลวงตาเชียงเป็นคนที่ค่อนข้างงก
ไม่ค่อยใจกะเด็กวัดสักเท่าไหร่ บ่อยครั้งที่หลวงตาเปิดรองน้ำใส่อ่างไว้รออาบ แล้วกลับมาที่ห้องเพื่อรอน้ำเต็มอ่าง
จะมีพวกรุ่นพี่เด็กวัดตัวแสบรวมถึงผมในบ้างครั้ง ไปแอบอาบซะก่อนที่แกจะมาอาบ
วันนั้นจะได้ยินเสียงด่าพ่อ ด่าแม่ดังลั่นไปทั่วทั้งกุฏิ
แต่มีสิ่งหนึ่งที่หลวงตาเชียงต้องเอาใจพวกเราในรอบ 1 เดือนคือวันที่ไอ้ตี๋ปิ๊กอัพขาว
มาที่วัด ไอ้ตี๋
ขับปิ๊กอัพขาวใส่โครงเหล็กมาที่วัดทุกๆ เดือน มาทำอะไรหละครับ มาทำธุรกิจครับ
มันมารับซื้อถังสังฆทานจากพระในวัด แต่ไอ้ตี๋มันเลือกลูกค้ามากถ้าถังสังฑทานจากพระรูปอื่นๆมันจะแกะแล้วก็แยกซื้อ
เป็นของเกรดบี นั่นเพราะพระรูปนั้นแกะของออกมาใช้นั่นเอง แต่ถ้าหลวงตาเชียง
จะเป็นลูกค้าเกรดเอ ทุกถังไม่ต้องเช็คเพราะหลวงตาไม่แกะ รับยังไงไปอย่างนั้น
ทีนี้ที่แกต้องเอาใจพวกเราเพราะว่า
แกต้องวานให้พวกเราขนถังในห้องแกไปใส่รถไอ้ตี๋ไอ้ตี๋มีหน้าที่แยกขนาดแล้วก็นับจำนวน
ถังใหญ่จ่ายแพง เล็กหน่อยก็ราคาลดลงมา แต่มันไม่เคยตรวจสภาพสินค้า
ที่มาจากห้องหลวงตาเชียงเลยแม้แต่ครั้งเดียว เรารับเงินแล้วก็เอาไปให้หลวงตาเชียง
นี่จึงเป็นที่มาว่าถึงแกจะโกรธยังไง สุดท้ายก็ต้องคุยดีกะพวกเรา เอ
แล้วสงสัยไหมทำไมแกไม่มาดูแลการซื้อขาย เอง ใช่เพราะไม่งามนั่นเอง
หน้าที่ทอนถังเป็นเงินต้องพวกเราเท่านั้น ซึ่งวันนี้เป็นทีของพี่นนท์
เด็กวัดรุ่นเดอะอยู่มานานมากเรียนรามมาแล้ว 7 ปี
รับหน้าที่ขนถังใส่รถแล้วจัดการธุรกรรมกับหลวงตาเชียงเรียบร้อย
ตอนเย็น พี่นนท์เดินเข้ามาเคาะประตูห้องทุกห้อง
ไล่ตั้งแต่ห้องแรกยันห้องสุดท้าย เฮ้ยๆ ไปไปหลังวัดกูเลี้ยงบะหมี่เอง
รวบรวมพลพรรคได้สี่ห้าคน ก็เดินกันไปกินบะหมี่ฟรี เพราะมีเจ้าภาพ
“วันนี้พี่นนท์รวยเหรอ
ถูกหวยเหรอเพ่ หรือว่าหลวงตาเชียงให้ค่าขนถังสังฆทานมาเยอะ ” ไอ้เปี๊ยกสงสัย
“โอย ให้กูมา 20 บาทกูกินคนเดียวก็ไม่พอแล้ว”
ใช่ครับหลวงตาเชียงไม่เคยให้เงินใครเกิน 20 บาทผมไม่สงสัยเลยเพราะผมเคยได้มาแล้ว
“อ่าวพี่นนท์แล้วพี่ได้ตังมาจากไหนหละพี่ “ไอ้เปี๊ยกถามต่อ
“กูไปเอาถังเปล่าใบใหญ่ ในครัวยัดกระดาษหนังสือพิมพ์ แล้วเอาชา กาแฟ
สบู่ ที่กูมีวางข้างบน ห่อกระดาษแก้ว ขายให้ไอ้ตี๋รวมกะของหลวงตาเชียงไป 5 ถัง
ได้เงินมาพอเลี้ยงพวกมึงหละน่า”