วันพฤหัสบดีที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2555

ผีไฟดับ


เป็นธรรมเนียม ของเด็กวัดรุ่นน้องเข้ามาหลัง จะต้องมีการรับน้องเด็กวัดเสมอ คืนแรกในวัดของชีวิตเด็กวัดเป็นคืนที่ตื่นเต้น อึดอัดใจ นอนไม่หลับ นั่นเพราะว่าจะมีรุ่นพี่เด็กวัดทั้งหลายทั้งที่อยู่กันนานๆ ทั้งที่มาก่อนเราแค่สองเดือน แต่ถือว่าเป็นรุ่นพี่

คืนนั้นจะเริ่มจากกินข้าวเย็นที่เก็บไว้ตั้งแต่เพล อาบน้ำอาบท่าเสร็จ มหกรรมตำนานผีต่างๆจะทยอยออกจากปากรุ่นพี่แต่ละคน คนแล้วคนเล่า เรื่องแล้วเรื่องเล่า จนดึกดื่น เด็กบ้านนอกอย่างเราปกติแล้ว แค่เดินมืดๆยังไม่กล้ากลัวผีขึ้นขมองเป็นทุนเดิมอยู่แล้วเรื่องราวที่ได้รับฟังแต่ละเรื่องล้วนขนหัวลุกทั้งนั้น ผ่านไปถึงเที่ยงคืนได้เวลา พักเบรค รุ่นพี่พาตระเวนตามศาลางานศพต่างๆที่ แต่ละศาลาปิดไฟมืดหมดคงเหลือ ไฟหน้าศพเพียงดวงเดียวส่องรูปศพให้พอเห็นหน้า ไม่ได้มาดูหน้าศพ แต่มาหาข้าวต้ม กระเพาะปลา เกียมอี๋ หรืออะไรก็ได้ที่มันเหลือจากการเสริฟเลี้ยงแขกตอนหัวค่ำ เป็นการตระเวนกินที่มีความสุขจริงๆถ้าไม่มีด่านสุดท้ายศาลาเก้า ผีสุดเฮี้ยนที่รุ่นพี่ได้เล่าว่า ที่เดิมเคยเป็นที่ฝังศพเก่าทำศาลาทับไป ศาลาเก้าจึงเป็นศาลาที่ผีดุ เฮี้ยนสุดๆ เพียงแค่เดินเหยียบชานศาลา ไฟจะดับพรึบทันที  เราเด็กวัดรุ่นน้อง จำต้องโดนบังคับให้พิสูจน์ ให้เดินไปที่ศาลาคนเดียว แล้วเดินไปที่โลง ไปเคาะโลง 1 ทีแล้วเดินกลับ เมื่อประเพณีเคยทำกันมาอย่างนี้ อีกทั้งการโดนบังคับ จำใจต้องเดินด้วยอาการขาสั่น ในความมืดเข้าไปทางหน้าศาลาตามองไปที่ไฟดวงเดียวที่ติดอยู่ หน้าโลงเท่านั้น ตาจ้องรูปคนตาย ขาเดินไปทีละก้าว ๆ ด้วยอาการตัวเย็นเฉียบ อีกไม่ไกลแล้วจะถึงโลงแล้ว เดินไปเคาะ 1 ทีแล้วกลับ ง่ายๆแค่นี้เอง

3 ก้าว 2 ก้าว ก้าวเดียว เอื้อมมือขวา ไปเพื่อจะไปเคาะโลง

พรึ่บ!!!!!!!! ไฟเจ้ากรรมดับลงทันทีก่อนมือจะไปแตะโลง

ด้วยกำลังที่มีอยู่ตอนนั้น ด้วยกำลังขาที่มีอยู่ตอนนั้นพาร่างกายวิ่งออกมาอย่างรวดเร็ว กลับมาที่ห้องแล้วคลุมโปงทั้งคืน

สองเดือนเต็มๆที่ใจคิดอยู่เสมอว่าเฮี้ยนจริง ผีศาลา 9 ไม่กล้าแม้แต่เฉียดกรายเข้าไปใกล้ๆ

จนวันนั้น ไอ้เปี๊ยก เด็กวัดมาใหม่ เอาและมหกรรมเล่าเรื่องผีก็เริ่มขึ้นอีกครา เพียงแต่คราวนี้ เราเป็นรุ่นพี่และซิ ร่วมกะรุ่นพี่คนอื่นๆไซโคไอ้เปี๊ยกซะ แทบจะร้องไห้ ในที่สุดด่านผีไฟดับศาลา 9 ก็มาถึง

ไอ้เปี๊ยก กะลังเผชิญชะตาเดียวกะเราเมื่อสองเดือนก่อน มันกะลังเดินไปที่โลง ช้าๆ ช้า ๆ

บรรยากาศลุ้นว่าจะดับหรือไม่ดับ ตื่นเต้นมากกว่าไอ้เปี๊ยกที่กะลังเดินไปที่โลงซะอีก

จนมีมือรุ่นพี่มาสะกิด

"อ่าวไอ้ป๊อก มึงมัวยืนทำไรอยู่ตรงนี้ คราวนี้เป็นเวรมึง เร็วๆรีบวิ่งไปที่สวิทย์ไฟหลังศาลา

ไอ้เปี๊ยกมันจะเดินไปถึงโลงแล้วเว้ย"

*******