เด็กวัดยุคผมไม่ต้องนอนชานกุฏิ ไม่ต้องนอนหน้าห้องสมภาร หรือ
นอนตามศาลา วัดในกรุงเทพจะมีกุฏิแยกเป็น ห้องๆ เป็นอาคารสองชั้น ฝาทำด้วยไม้เก่าๆ
แต่ยังคงคอนเซป วัด นั่นคือไม่มีห้องน้ำภายในห้อง
ต้องไปอาบน้ำจัดการภาระกิจส่วนตัวที่ห้องน้ำรวม จะว่าไปก็เป็นกุศโลบายที่ดีที่
พระท่านมักจะมาอบรมพวกเรายามที่รวมกันอาบน้ำตอนเย็น
นั่นเพราะว่าเป็นเวลาเดียวที่ทุกคนจะอยู่รวมกันมากที่สุดนั่นเอง การแบ่งห้องที่พัก
ปกติพระจะอยู่ชั้นบน พวกเด็กวัดทั้งหลาย พวกคนงานทั้งหลาย
สัปเหร่อจะอยู่ชั้นล่างกัน ยกเว้นพระท่านที่พรรษาแก่มากๆแล้ว
จะเดินขึ้นบันไดไม่ไหว จึงต้องจัดห้องชั้นล่างให้ เพื่อสะดวกในการทำภารกิจ
นิวาสถานอันแสนสุขของผม เป็นห้องชั้นล่างห้องที่สอง
อยู่รวมกับรุ่นพี่อีกคนเอาช็อค ขีดแบ่งตรงกลางห้อง
แยกซ้ายขวาสร้างอาณาจักรของใครของมัน ไม่ล่วงล้ำกัน ห้องมีขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่
แต่ไม่ได้โปร่งเหมือนตึกสมัยนี้ ห้องแรกที่ติดกะผมเป็นที่จำวัดของอดีตเจ้าอาวาส
พรรษาที่ 84 ท่านแก่มากแล้วเดินเหินลำบาก จึงได้แต่นอนจำวัดอยู่แทบจะตลอดวัน
ผมจึงมีหน้าที่ที่ต้องตระเตรียม อาหารเช้าก่อนไปโรงเรียนให้ท่าน
โดยการเอาไปวางไว้ใกล้ๆท่านแล้วจับเอามือท่านมาแตะที่ถาด แล้วผมก็ประเคน
เป็นอันเสร็จหน้าที่ ท่านก็ฉันของท่านไป เป็นหน้าที่ต้องทำทุกวัน
ถ้าติดติดธุระก็ต้องให้คนอื่นรับหน้าที่แทน
แต่เนื่องจากท่านเป็นพระที่ระเบียบวินัยจัดมาก ไม่ชอบเสียงดัง
แล้วห้องของผมก็ดันเป็นห้องที่ติดห้องท่านพอดี
เพื่อนที่โรงเรียนก่อนพวกมันจะกลับบ้านมักจะเอาหนังสือการ์ตูนบ้าง
หนังสือเปิดบริสุทธิ์บ้าง
ที่พวกมันแอบซื้อแล้วไม่กล้าเอาเข้าบ้านจึงเอามาฝากไว้ที่ห้องผม
ดังนั้นห้องผมจึงเป็น แหล่งพบปะซ่องสุมขนาดย่อมนั่นเอง
พอพวกเพื่อนมาอยู่กันเต็มห้อง คราวนี้แหละความอึกทึกครึกโครมจะบังเกิด
เสียงที่ผมชินและเจอบ่อยๆคือ พระข้างห้องเอาไม้เท้ากระแทกมาที่ฝาห้องแรงๆ
แล้วก็มีเสียงตามมา “คุณ คุณ เงียบ เงียบ หน่อย “ พวกเราก็จะเงียบกันสักพัก
แล้วก็จะดังขึ้นมาอีก เสียงพระข้างห้องก็จะกระแทกไม้เท้าแล้วบอกมาเลียงเบาเบา“คุณ
คุณ เงียบ เงียบ หน่อย “ ทุกครั้งไป
ปลายเดือนมกราคมปีนั้น ผมไปเข้าค่ายรักษาดินแดนที่เขาชนไก่
จังหวัดกาญจนบุรี 7 วัน เย็นวันกลับมาถึงกรุงเทพ
เพื่อสนิทผมสามคนมันบอกขอนอนที่วัดกับผมด้วย เพราะจะช่วยกันติวหนังสือสอบ
คืนนั้นช่วงหัวค่ำบรรยากาศการติวเข้มข้นมาก แต่พอตกดึกหนังสือการ์ตูนเล่มใหม่
เปิดบริสุทธิ์เล่มล่าสุดก็เอาออกมาดูกัน แย่งกันไปมา เสียงอึกทึก“ปัง ปัง ปัง คุณ
คุณ เงียบ เงียบ หน่อย” เสียงดังมาจากข้างห้อง ทุกคนหุบปากสนิท อยู่ในความเงียบ
แล้วก็แยกย้ายกันหามุมนอนในห้องผมนั่นเอง
รุ่งเช้าผมเข้าโรงฉันเข้าไปตระเตรียม อาหารให้อดีตเจ้าอาวาสพระข้างห้อง
เดินไปที่ห้องเคาะประตู ตามปกติ แล้วก็เปิดประตูเข้าไป
เอาสำรับอาหารวางไว้ใกล้เตียงแต่ ไม่เห็นท่านนอนอยู่ คงไปเข้าห้องน้ำ มองเห็นไม้เท้าพิงอยู่ข้างฝา
คงใช้งานเมื่อคืนที่เคาะฝาห้องผมนั่นเอง วางสำรับอาหารเสร็จ
ก็เดินออกมาจะไปโรงเรียน ก็เห็นรถตู้วัด มีพระเต็มคันกำลังติดเครื่องรอ
พระอีกรูปอยู่ จึงเข้าไปถามพี่จิตร คนขับรถ จะไปไหนกันพี่
“ ไปงานศพอดีตเจ้าอาวาส พระที่อยู่ข้างห้องป๊อกนะแหละ
ท่านมรณภาพมาสามวันแล้วญาติมาเอาศพไปทำบุญที่อยุธยาบ้านเกิดท่าน”